แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Google แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Google แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556

วิธีดาวน์โหลดแอพฯ จาก Google Play Store ผ่านมือถือแอนดรอยด์




          หากแอปเปิลมี App Store ที่เป็นศูนย์รวมแอพฯ สำหรับผู้ใช้งาน iPhone,iPod และ iPad เอาไว้ดาวน์โหลดแอพฯ ต่าง ๆ ติดตั้งลงบนสมาร์ทโฟน ฝั่งแอนดรอยด์ก็มี Google Play Store ศูนย์รวมแอพฯ และแหล่งรวมคอนเทนท์ต่าง ๆ ของกูเกิล ไม่ว่าจะเป็น เพลง, มือถือ, หนังสือ, เกม เป็นต้น ถ้าใครที่ใช้งานมือถือแอนดรอยด์อยู่คงคุ้นเคยกับ Google Play Store เป็นอย่างดีแน่นอน 

          สำหรับผู้ใช้งานมือใหม่ที่เพิ่งใช้มือถือแอนดรอยด์เป็นครั้งแรก และยังไม่รู้ว่าจะดาวน์โหลดแอพฯ ต่าง ๆ ได้จากที่ไหน วันนี้กระปุกดอทคอมขอแนะนำวิธีการดาวน์โหลดแอพฯ ต่าง ๆ จาก Google Play Store ที่สามารถดาวน์โหลดได้ง่าย ๆ ผ่านแอพฯ Play Store บนมือถือ แต่ก่อนดาวน์โหลดแอพฯ จำเป็นจะต้องมีบัญชีอีเมลกูเกิลเมลก่อน (Gmail) และไม่สามารถใช้งานอีเมลยี่ห้ออื่น ๆ ได้ หากยังไม่มีแนะนำให้ไปสมัครบัญชีอีเมล Gmail ก่อนดาวน์โหลดแอพฯ ส่วนใครที่มีแล้ว มาติดตามวิธีการดาวน์โหลดแอพฯ จาก Play Store กันเลย 

 วิธีดาวน์โหลดแอพฯ จาก Google Play Store ผ่านมือถือแอนดรอยด์
 
1. แตะเลือกแอพฯ Play Store > หากรู้ชื่อแอพฯ ที่ต้องการดาวน์โหลดสามารถพิมพ์ในช่องค้นหาได้ทันที

 

2. สามารถแตะเลื่อนหน้าจอไปทางด้านขวาเพื่อดูหมวดหมู่ของแอพฯ หรือแตะไปทางด้านซ้ายเพื่อดูรายการแอพฯ ฟรียอดนิยม

 

3. พิมพ์ชื่อแอพฯ ที่ต้องการดาวน์โหลด ระบบจะแสดงชื่อแอพฯ ใกล้เคียงแบบอัตโนมัติมาให้ หากเจอแอพฯ ที่ต้องการให้แตะเลือก จากนั้นจะเข้าไปยังหน้าติดตั้งแอพฯ ให้แตะปุ่ม ติดตั้ง (Install) 

 

4. แตะปุ่ม ยอมรับและดาวน์โหลด จากนั้้แอพฯ ก็จะทำการดาวน์โหลดและติดตั้งให้อัตโนมัติโดยมีแถบสถานะการดาวน์โหลดแสดงให้ทราบ

 


5. หน้าแอพฯ ที่ติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถแตะปุ่ม เปิด เพื่อใช้งานแอพฯ นั้นได้

วิธีอัพเดทแอพฯ และลบแอพฯ บนแอนดรอยด์




          การอัพเดทแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งานดาวน์โหลดมาจาก Google Play Store ถือว่าเป็นเรื่องจำเป็น เพราะการอัพเดทแอพพลิเคชั่นให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่อยู่เสมอก็เพื่อเป็นแก้ไขข้อผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแอพพลิเคชั่นให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนั้นผู้ใช้แอนดรอยด์จึงจำเป็นต้องอัพเดทแอพพลิเคชั่นเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดอยู่เสมอ และบางกรณีที่ไม่ต้องการใช้งานแอพพลิเคชั่นตัวใดตัวหนึ่งแล้วก็สามารถลบออกได้ ซึ่งวิธีการอัพเดทและลบแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ สามารถทำได้ด้วยตนเองง่าย ๆ ผ่าน Play Store ส่วนขั้นตอนมีอะไรบ้างนั้น มาติดตามกันเลย

 วิธีอัพเดทแอพพลิเคชั่นผ่าน Google Play Store 

1. แตะเลือกไอคอนแอพฯ Play Store > จากนั้นแตะปุ่มเมนู แล้วเลือก แอปส์ของฉัน (My Apps) 

 

2. จากนั้นจะเข้าสู้หน้าแอพฯ ของผู้ใช้ที่ติดตั้งอยู่ภายในเครื่อง ส่วนด้านบนจะมีรายชื่อแอพฯ ที่มีอัพเดทใหม่ ให้แตะเลือกแอพฯ ที่ต้องการอัพเดท จากนั้นแตะปุ่ม อัพเดท (Update) 

 

3. แตะปุ่ม ยอมรับและดาวน์โหลด (Accept & Download) จากนั้นระบบจะทำการดาวน์โหลดและอัพเดทแอพฯ เป็นเวอร์ชั่นใหม่ (สังเกตแถบดาวน์โหลด)

 

4. เมื่ออัพเดทแอพฯ เสร็จแล้ว รายชื่อแอพฯ ที่อัพเดทแล้วจะอยู่ในส่วนรายล่าสุด และให้สังเกตด้านหลังของชื่อแอพฯ จะมีคำว่า ติดตั้งแล้ว (Installed) 


5. ขั้นตอนการลบแอพฯ ให้แตะเลือกแอพฯ ที่ต้องการลบ จากนั้นแตะเลือกปุ่ม ถอนการติดตั้ง (Uninstall)

 

6. แตะปุ่ม ตกลง (OK) เพื่อยืนยันการลบแอพฯ จากนั้นสังเกตที่หน้าแอพฯ จะพบว่ามีปุ่ม ติดตั้ง (Install) ขึ้นมาใหม่ แสดงว่าแอพฯ ถูกลบออกไปจากเครื่องเรียบร้อยแล้ว ถ้าต้องการติดตั้งซ้ำให้แตะปุ่ม ติดตั้ง (Install) 

 

          เป็นอย่างไรกันบ้าง ขั้นตอนการอัพเดทและลบแอพพลิเคชั่นออกจากมือถือแอนดรอยด์ของเราไม่ยากเลยใช่ไหมครับ สามารถทำได้ง่าย ๆ ผ่าน Play Store

หมายเหตุ: ภาพประกอบในบทความเป็นมือถือรุ่น Samsung Galaxy S2 และแอนดรอยด์เวอร์ชั่น 4.0.3

วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2555

พัฒนาแอพฯ ขาย ไม่ได้รวยง่ายอย่างที่คิด

 ในยุคที่อุปกรณ์สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตครองเมืองอย่างปัจจุบันนี้ ใคร ๆ ก็คงอยากพัฒนาแอพพลิเคชั่นลงขายในสโตร์ เนื่องจากมีคนที่ทำแล้วรวยมามากมายแล้ว แต่จะมีใครรู้บ้างไหมว่า การที่จะรวยจากการขายแอพฯ นั้น มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดนะ เพราะอะไรน่ะเหรอ...ก็จากผลสำรวจล่าสุด พบว่ารายได้กว่า 50% ของ App Store และ Google Play ในสหรัฐอเมริกานั้นเป็นของนักพัฒนารายใหญ่ ๆ เพียง 25 รายเท่านั้น



           ล่าสุด ทาง Canalys’ daily App Interrogator ได้ทำผลสำรวจรายได้ที่ได้จากการขายแอพฯ บนสโตร์ดัง ๆ อย่าง App Store และ Google Play ของประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วง 20 วันแรกของเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พบว่าผู้พัฒนารายใหญ่ทั้ง 25 รายสร้างรายได้จากการขายแอพฯ เป็นจำนวนทั้งหมดกว่า $60 ล้าน (ประมาณ 1,800 ล้านบาท) ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยแอพฯ เด่น ๆ ทั้งหมดล้วนเป็นเกมจากผู้พัฒนาดัง ๆ อย่าง Zynga, Electronic Arts, Disney, Kabam, Rovio, Glu, Gameloft และ Storm8’s TeamLava ยกเว้นแอพฯ ฟังเพลงที่ชื่อว่า Pandora เพียงเท่านั้นที่ไม่ใช่เกม

          นอกจากนี้ ผลสำรวจยังเผยอีกว่าในกลุ่ม Top Paid Apps 300 แอพฯ นั้น ของ App Store มีเกมจำนวน 145 เกม ส่วนของ Google Play มี 116 เกม ส่วน Top Free Apps 300 แอพฯ ของ App Store มีเกมจำนวน 94 เกม ส่วนของ Google Play มี 110 เกม ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าว แสดงให้เห็นว่ารายได้หลักของการขายแอพฯ นั้นมาจากเกมเป็นหลัก

          แล้วแอพฯ ประเภทอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เกมล่ะ ต้องทำยังไงถึงจะได้รับความสนใจ...ก็คือต้องพัฒนาแอพฯ ที่มีความแตกต่างและโดดเด่น เพราะหากพัฒนาแอพฯ แบบเดียวกับที่มีขายในสโตร์อยู่ก่อนแล้ว คนก็จะซื้อแต่แอพฯ ของผู้พัฒนาดัง ๆ และขายอยู่ก่อนแน่นอน แล้วใครล่ะที่จะซื้อแอพฯ จากผู้พัฒนาหน้าใหม่ ๆ โดยที่ไม่รู้ว่าจะดีเท่าแอพฯ ดัง ๆ ได้รึเปล่า หรือจะพัฒนาแอพฯ ที่แปลกใหม่ก็คงเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ เนื่องจากในปัจจุบันในสโตร์มีแอพฯ ทุกประเภทเยอะจนนับไม่ถ้วนแล้ว และยังมีแอพฯ ที่ถูกลืม ไม่มีคนสนใจอีกมากมาย และนอกจากการพัฒนาแอพฯ ที่แตกต่างแล้ว ยังต้องคำนึงถึงการโปรโมทและโฆษณาแอพฯ ที่ถูกกลุ่มเป้าหมายและถูกวิธีอีกด้วย ซึ่งต้องใช้การลงทุนพอสมควร และอาจไม่ประสบความสำเร็จก็ได้
           แต่ถ้าจะพัฒนาเกมขายล่ะ...ก็จะต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งรายใหญ่ ๆ อีกมากมายที่มีชื่อเสียง, ฝีมือ และงบในการพัฒนาสูงกว่ามาก แถมยังมีการลดราคาจัดโปรโมชั่นแข่งขันกันอีกเป็นประจำ คงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่นักพัฒนาหน้าใหม่จะชิงส่วนแบ่งจากผู้พัฒนาเหล่านี้มาได้

           อย่างไรก็ตาม ไม่ได้แปลว่านักพัฒนาหน้าใหม่จะได้มีโอกาสแจ้งเกิดเลยซะทีเดียว เพราะหากมีไอเดียในการพัฒนาแอพฯ และการวางแผนโปรโมทดี ๆ ก็มีโอกาสที่จะสร้างความน่าสนใจและขายดีได้เหมือนกัน แต่การลงทุนนั้นมีความเสี่ยง จึงควรคิดพิจารณาให้ดีก่อนที่จะลงมือทำครับ 

กูเกิลโวลั่น แอนดรอยด์มีชัยชนะเหนือแอปเปิลบนแพลตฟอร์มมือถือ

 ดูเหมือนสงครามการแข่งขันด้านแพลตฟอร์มมือถือเริ่มดุเดือดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อ Eric Schmidt ประธานและอดีตซีอีโอแห่งกูเกิลได้ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Bloomberg โดยบอกว่าระบบปฏิบัติการ Android คือผู้ชนะในสงครามแพลตฟอร์มมือถือ และมีชัยเหนือคู่แข่งอย่างแอปเปิลในไม่ช้านี้ 



          โดย Eric Schmidt กล่าวว่าการเติบโตในแง่จำนวนผู้ใช้งานของ Android ในขณะนี้ ไม่แตกต่างกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อราว 20 ปีก่อน ซึ่งในตอนนั้น Microsoft สามารถเอาชนะคู่แข่งในตลาดซอฟต์แวร์สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Desktop PC) เหนือแอปเปิลโดยทำให้แมคโอเอส (Mac OS) มีส่วนแบ่งตลาดไม่ถึง 10% ของวินโดวส์ (Windows) และยังคงทิ้งแบบไม่เห็นฝุ่นจนถึงปัจจบัน นอกจากนี้ทาง Eric Schmidt ยังได้อ้างอิงข้อมูลของ Gartner ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนแบ่งตลาดแพลตฟอร์มมือถือล่าสุดในไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา รายงานว่าฝั่ง Android มีส่วนแบ่งจากตลาดอุปกรณ์พกพาราว 72% ในขณะที่ทางฝั่ง Apple ได้ส่วนแบ่งราว 14% และในแต่ละวันมีผู้ใช้งาน Android เพิ่มขึ้น 1.3 ล้านคน 

          สำหรับกลยุทธหลักของกูเกิลทำให้ประสบความสำเร็จ เพราะเน้นการพัฒนาที่เป็นระบบเปิดยังคงความเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่เปิดกว้าง ทำให้ผู้ผลิตมือถือต่าง ๆ สามารถนำระบบปฏิบัติการไปพัฒนาต่อยอดเองได้ ซึ่งต่างจากแอปเปิลที่เป็นระบบปิด และต่อจากนี้ไปทางกูเกิลจะพยายามทำส่วนแบ่งตลาดให้เยอะที่สุด เพื่อครองตลาดแพลตฟอร์มมือถืออย่างสมบูรณ์แบบ 

          ทั้งนี้ จำนวนที่ทำให้ยอดผู้ใช้งาน Android เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากตลาดมือถือ Android ที่มีให้เลือกหลากหลายรุ่นจากผู้ผลิตหลายเจ้า อีกทั้งราคาก็มีตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักพัน จึงไม่แปลกที่จำนวนผู้ใช้งาน Android จะมากกว่าผู้ใช้งาน iOS ที่มีเฉพาะรุ่นใดรุ่นหนึ่งเท่านั้น ส่วนทางฝั่งตลาดแพลตฟอร์มมือถืออย่าง iOS ของแอปเปิลเอง ก็ยังมีจุดแข็งที่ทำให้ผู้ใช้งานหลายคนยังเลือกที่จะใช้งานต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การบริการสื่อต่าง ๆ ที่มีคุณภาพ รวมไปถึงแอพพลิเคชั่นที่มีคุณภาพให้เลือกใช้งานมากกว่าฝั่ง Android 

          อย่างไรก็ดี การเลือกซื้อมือถือเพื่อใช้งานสักเครื่อง ปัจจัยและความต้องการทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานว่าจะเลือกแบบไหนที่เหมาะสม คุ้มค่า และตรงกับความต้องการมากที่สุด 

Sound Search for Google Play แอพฯ บริการค้นหาชื่อเพลงจากมือถือด้วยการฟัง

 Sound Search for Google Play เป็นแอพฯ ใหม่ที่รองรับเฉพาะ Android 4.1 Jelly Bean เท่านั้น พร้อมพ่วงฟีเจอร์ใหม่อย่าง Google Ears หรือ Google Sound Search ซึ่งเป็นประเภท Widget "What's This Song" หรือโปรแกรมบริการค้นหาชื่อเพลงจากมือถือด้วยการฟังที่ถูกพัฒนาโดย Google เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบฟังเพลงออนไลน์บนมือถือสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์อย่างยิ่ง



          การทำงานของ Sound Search for Google Play เป็นแอพพลิเคชั่นบริการค้นหาชื่อเพลงจากมือถือด้วยการฟัง โดยสามารถค้นหาเพลงต่าง ๆ ได้มากมาย ตัวแอพฯ ใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับ Voice Recognition คือเมื่อคุณได้ยินเสียงเพลงจากที่ไหนก็ตาม ให้คุณแตะที่ Widget จากนั้นเอามือถือไปถือไว้ใกล้ ๆ กับจุดกำเนิดเสียงให้มากที่สุด จากนั้นรอเพื่อให้ระบบค้นหาชื่อเพลง, นักร้อง และปุ่มชื่อก็จะปรากฏขึ้นมาโดยอัตโนมัติ 
 

รายละเอียดของแอพพลิเคชั่น

ชื่อ : Sound Search for Google Play 
ราคา : ฟรี
หมวด : เครื่องมือต่างๆ
โปรแกรมอัพเดทล่าสุด : วันที่ 12 ธันวาคม 2012
เวอร์ชั่นล่าสุด : 1.1.7
ขนาดโปรแกรม : 23 MB
ภาษาที่รองรับ : English
ผู้ผลิตโปรแกรม : Google Inc.
เครื่องที่รองรับโปรแกรม : Android
เฟิร์มแวร์ที่รองรับ : Android 4.0 ขึ้นไป

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

งานเข้า! Nexus 4 พบปัญหากระจกหลังร้าว คาดเกิดจากอุณหภูมิเปลี่ยน

 Nexus 4 ถูกพบว่ามีปัญหากระจกด้านหลังเครื่องร้าว ซึ่งคาดว่าอาจเกิดจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง



          เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แหล่งข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า มีการพบปัญของสมาร์ทโฟน LG รุ่น Nexus 4 ซึ่งพบว่ากระจกด้านหลังเครื่องเกิดอาการร้าวเองหลังจากซื้อเครื่องมาได้เพียงแค่ 2 สัปดาห์นั้นและยังไม่มีการทำตกหรือได้รับการกระทบกระเทือนใด ๆ เลยนอกจากนี้ ยังพบปัญหาเช่นเดียวกันกับรุ่น Optimus G อีกด้วย โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่คาดว่าอาจเกิดจากอุณหภูมิของสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิของมือผู้ใช้ 
          ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่าเครื่องที่พบปัญหาดังกล่าวถูกใช้งานอยู่ในประเทศใด และมีอุณหภูมิอย่างไร ถ้าหากมีข่าวหรือความคืบหน้าอย่างไร เราจะมารายงานให้ทราบทันทีครับ

Google Play ถูกรวมเข้ากับ Google+ แล้ว

 หลังจากกูเกิล (Google) ได้เปิดให้บริการโซเชียลเน็ตเวิร์ค Google+ มาเป็นเวลาปีกว่า ทางกูเกิลก็ได้รวมบริการต่าง ๆ เข้ากับ Google+ เรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น Gmail, Gtalk, Youtube ฯลฯ และล่าสุด กูเกิลก็ได้รวม Google Play เข้ากับ Google+ แล้ว

          เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กูเกิลได้รวม Google Play เข้ากับแอคเคาท์ของ Google+ ส่งผลให้การโพสต์รีวิวแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ใน Google Play จะแสดงชื่อและรูปภาพของผู้รีวิวจาก Google+  แต่ฟังก์ชั่นดังกล่าวจะมีผลกับรีวิวที่โพสต์หลังจากนี้เท่านั้น ส่วนรีวิวที่โพสต์ไว้ก่อนหน้านี้จะถูกแสดงในชื่อ "A Google User" ทั้งหมด